ปัจจุบัน ขยะพลาสติกได้กลายเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนไทยและระบบนิเวศทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากขยะพลาสติกมีคุณสมบัติ ไม่ย่อยสลายง่าย และสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานนับร้อยปี
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ประเทศไทยผลิตขยะพลาสติกมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี โดยมีเพียงประมาณ 0.5 ล้านตันเท่านั้นที่เข้าสู่ระบบรีไซเคิล ที่เหลืออีก 1.5 ล้านตัน มักถูกฝังกลบหรือหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทะเลและแหล่งน้ำต่างๆ ส่งผลกระทบทั้งต่อสัตว์น้ำ ระบบนิเวศ และสุขภาพของประชาชน
กรมควบคุมมลพิษเสนอแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้แบบบูรณาการ ดังนี้:
ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic)
เช่น หลอดพลาสติก ถุงหูหิ้ว กล่องโฟม และแก้วพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้
ส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิล
เช่น การจัดทำจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาระบบแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และการพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล
สนับสนุนนวัตกรรมและวัสดุทางเลือกที่ย่อยสลายได้
เช่น พลาสติกชีวภาพ (bioplastics) หรือบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเยื่อพืช
การจัดการโดยภาครัฐร่วมกับภาคประชาชนและภาคธุรกิจ
โดยมีการออกกฎหมาย กำหนดมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ และรณรงค์สร้างจิตสำนึก
การลดปริมาณขยะพลาสติกเริ่มได้จากพฤติกรรมของเรา เช่น
พกถุงผ้าไปตลาดหรือห้างสรรพสินค้า
ใช้กล่องข้าวและแก้วน้ำส่วนตัว
แยกขยะก่อนทิ้งให้ถูกประเภท
สนับสนุนสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แม้การเปลี่ยนแปลงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่หากทุกคนร่วมมือกันคนละนิด ก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างยั่งยืน เพื่อโลกของเรา และลูกหลานของเราในอนาคต????
ที่มา: กรมควบคุมมลพิษ (2563). รายงานสถานการณ์และแนวทางการจัดการขยะพลาสติกในประเทศไทย
อ่านรายงานฉบับเต็มที่นี่